ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

สวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน วันนี้พี่มีประโยค ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มาฝากกันค่ะ ซึ่งจะช่วยให้น้องๆ ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างสบายใจและมั่นใจขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ เมื่ออยู่นอกบ้านหรือทำกิจกรรมต่างๆ

พี่จะพาไปดู ประโยคภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการถามทาง, การสั่งอาหาร หรือ พูดบอกความรู้สึกต่างๆ  พี่มั่นใจว่าน้องๆ จะเริ่มเห็นว่าภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิด

พี่หวังว่าคำแนะนำของพี่จะเป็นประโยชน์ให้น้องๆ ได้ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นในชีวิตประจำวันนะคะ

การทักทาย/แนะนำตัว

  1. Hello, how are you? – สวัสดี คุณสบายดีไหม?
  2. I’m fine, thank you. And you? – ฉันสบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ?
  3. Good morning/afternoon/evening. – สวัสดีตอนเช้า/ สวัสดีตอนบ่าย / สวัสดีตอนเย็น
  4. Nice to meet you. My name is [Ploy]. – ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ [พลอย]
  5. What’s your name? – คุณชื่ออะไร?
  6. Are you here on vacation or business? – คุณมาเที่ยวที่นี่หรือมาทำงาน?
  7. It’s been a long time! – ไม่เจอนานเลย!
  8. You look great! – คุณดูดีมาก!
  9. What have you been up to recently? – คุณทำอะไรอยู่ในช่วงนี้?
  10. Can I get your contact number? – ฉันขอเบอร์ติดต่อของคุณได้ไหม?
  11. Do you come here often? – คุณมาที่นี่บ่อยไหม?
  12. Let’s keep in touch. – เดี๋ยวคุยกัน ติดต่อกันนะ
  13. I’ve heard a lot about you. – ฉันได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับคุณ
  14. It’s a pleasure to meet you. – ยินดีที่ได้พบคุณ
  15. Let me introduce you to my friend. – ขอแนะนำเพื่อนของฉันให้คุณรู้จัก

ประโยคถาม สบายดีไหม

  1. What’s up? – เป็นไงบ้าง
  2. How’s it going? – สบายดีไหม
  3. How are you doing? – คุณเป็นอย่างไรบ้าง
  4. How’s life? – ชีวิตเป็นไงบ้าง
  5. What’s new? – มีอะไรใหม่ๆ ไหม
  6. How are you feeling? – คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
  7. How’s everything? – ทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง
  8. How have you been? – คุณเป็นอย่างไรมาบ้าง
  9. How do you do? – สวัสดีครับ/ค่ะ (ใช้เมื่อพบกันครั้งแรก)
  10. How are you today? – คุณเป็นอย่างไรบ้างวันนี้

ประโยคบอก สบายดี / ไม่ค่อยสบาย

ประโยคบอก สบายดี

  1. I’m fine, thank you. – สบายดีค่ะ ขอบคุณ
  2. I’m doing well. – ฉันสบายดี
  3. I feel good today. – วันนี้ฉันรู้สึกดี
  4. I’m okay. – ฉันโอเคนะ
  5. I’m all right. – ฉันโอเคอยู่

ประโยคบอกว่า ไม่ค่อยสบาย

  1. I’m not feeling well. – ฉันไม่ค่อยสบาย
  2. I feel sick. – ฉันรู้สึกไม่สบาย
  3. I’m not okay. – ฉันไม่ค่อยโอเค
  4. I’m under the weather. – ฉันไม่ค่อยสบาย
  5. I’m feeling unwell. – ฉันรู้สึกไม่สบาย

ประโยคบอกลา เจอกันใหม่

  1. Goodbye! Have a great day. – บ๊ายบาย ขอให้มีวันที่ดี
  2. See you later! Take care. – แล้วเจอกันน้า! ดูแลตัวเองเด้อ
  3. Goodbye, and remember to call me. – บ๊าบาย อย่าลืมโทรหานะ
  4. See you later! Don’t forget our meeting tomorrow. – แล้วเจอกัน! อย่าลืมการประชุมพรุ่งนี้หล่ะ
  5. Goodbye! Drive safely. – บ๊ายบาย! ขับรถดีๆหล่ะ
  6. See you later! Have a good trip. – แล้วเจอกัน! ขอให้เดินทางปลอดภัย
  7. Goodbye, my friend. See you next time. – บ๊ายบาย น้าเพื่อน แล้วเจอกันอีกครั้งหน้านะ
  8. See you later! Have fun at the party. – แล้วเจอกันนะแก! สนุกกับงานปาร์ตี้นะ
  9. Goodbye! I’ll miss you. (ลาก่อน! ฉันจะคิดถึงคุณ)
  10. See you later! Take care of yourself. – แล้วเจอกัน! ดูแลตัวเองให้ดี

ประโยค ถามว่า เดินทางมายังไง

  1. How did you come here? – คุณมาที่นี่ยังไง
  2. Did you drive or take public transport? – คุณขับรถมาหรือใช้นั่งรถมา(ขนส่งสาธารณะ)
  3. How did you get here? – คุณมาถึงที่นี่ยังไง
  4. You drove or what? – คุณขับรถ หรือว่า อะไร อย่างอื่น
  5. Did you get here by BTS? – คุณมาที่นี่โดย BTS ใช่ไหม

ประโยค บอก ว่า เดินทางมาอย่างไร

  1. I came here using the BTS. – ฉันมาที่นี่โดยใช้บีทีเอส
  2. I took the MRT to get here. – ฉันนั่ง MRT มาที่นี่
  3. I drove myself here. – ฉันขับรถมาเอง
  4. I rode a motorbike here. – ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มา
  5. I got here by train. – ฉันมาที่นี่โดยรถไฟ

ประโยคพูดเกี่ยวกับ กิจวัตรประจำวัน

  1. I wake up at 6 a.m. every day. – ฉันตื่นเวลา 6 โมงเช้าทุกวัน
  2. After waking up, I brush my teeth and take a shower. – ฉันแปรงฟันและอาบน้ำ
  3. I have breakfast with my family. – ฉันทานอาหารเช้ากับครอบครัว
  4. Then, I go to work. – ฉันไปทำงาน
  5. I have lunch at around noon. – ฉันทานอาหารกลางวันตอนกลางวัน
  6. In the evening, I exercise for about an hour. – ฉันออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมง ตอนเย็น
  7. After that, I cook dinner. – ฉันทำอาหารเย็น
  8. I relax and watch TV before going to bed. – ฉันผ่อนคลายและดูทีวีก่อนที่จะไปนอน
  9. I read a book for a while before sleeping. – ฉันอ่านหนังสือสักพักก่อนนอน
  10. Finally, I go to bed at around 10 p.m. – และสุดท้าย ฉันนอนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม

ประโยคถามทาง

  1. How do I get to the nearest subway station? – ฉันจะไปสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดยังไง
  2. Can you tell me the way to the airport? – คุณบอกทางไปสนามบินให้ฉันหน่อยได้ไหม
  3. What’s the best route to the shopping mall? – จะไปห้าง ทางไหนดีที่สุด
  4. Could you direct me to the post office, please? – ช่วยแนะนำทางไปที่ทำการไปรษณีย์ให้ฉันหน่อยได้ไหม คะ
  5. Do you know how to get to the park from here? – คุณรู้ทางไปสวนสาธารณะไหม (จากที่นี่)
  6. Which bus should I take to go to the museum? – ฉันควรจะนั่งรถเมล์สายไหนไปพิพิธภัณฑ์
  7. Is there a shortcut to the library? – มีทางลัดไปห้องสมุดไหม
  8. What’s the quickest way to get to the hospital? – ทางไหนเร็วที่สุดไปโรงพยาบาล
  9. Can you point me in the direction of the bank? – คุณชี้ทางไปธนาคารให้ฉันได้ไหม
  10. How far is the restaurant from here, and how do I get there? – ร้านอาหารอยู่ไกลจากที่นี่แค่ไหน และฉันจะไปที่นั่นยังไง

ประโยคบอกทาง

  1. The bathroom is over there. – ห้องน้ำอยู่ทางนั้น
  2. The lift is next to the stairs. – ลิฟต์อยู่ข้างบันได
  3. 7-11 is right here. – 7-11 อยู่ตรงนี้เลย
  4. The elevator is right around the corner. – ลิฟต์อยู่มุมนั้นเลย
  5. To get to the BTS, go straight and then take a right. – ถ้าจะไป BTS ให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา
  6. The park is across from the library. – สวนสาธารณะอยู่ตรงข้ามห้องสมุด
  7. The coffee shop is next to the bank. – ร้านกาแฟอยู่ข้างธนาคาร
  8. The hospital is down this road on the right. – โรงพยาบาลอยู่ลงทางนี้ทางขวา
  9. The school is just behind the supermarket. – โรงเรียนอยู่ข้างหลังซูเปอร์มาร์เก็ตเลย
  10. The restaurant is at the end of this street. – ร้านอาหารอยู่ปลายถนนนี้

ประโยค ขอตัวกลับก่อน

  1. I have to go now. – ฉันต้องไปแล้ว
  2. I need to head out. – ฉันต้องออกไป
  3. Sorry, I need to go – ขอโทษนะ ฉันต้องไปแล้ว
  4. It’s time for me to leave. – ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว
  5. I should be going. – ฉันควรจะไปแล้ว
  6. Excuse me, I have to leave early. – ขอโทษนะ, ฉันต้องกลับก่อน
  7. May I be excused? – ฉันขอตัวก่อนได้ไหม
  8. I must be off. – ฉันต้องไปแล้ว
  9. Sorry, I need to leave now. – ขอโทษนะ, ฉันต้องไปตอนนี้
  10. I’ve got to run. – ฉันต้องรีบไปแล้ว

ประโยคบอกว่า ไม่เข้าใจ พูดอีกครั้งได้ไหม

  1. I don’t understand. – ฉันไม่เข้าใจ
  2. Can you explain that again? – คุณอธิบายอีกครั้งได้ไหม?
  3. I’m not sure I follow. – ฉันไม่แน่ใจว่าฉันตามทัน
  4. What do you mean by that? – คุณหมายความว่าอย่างไร?
  5. Sorry, I didn’t catch that. – ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ยิน
  6. I don’t get it. – ฉันไม่เข้าใจ
  7. Say that again, please? – พูดอีกครั้งได้ไหม?
  8. Can you speak more slowly? – คุณพูดช้าๆ หน่อยได้ไหม?
  9. Can you use more simple words, please. – ช่วยใช้คำง่ายๆ ได้ไหมคะ
  10. Can you repeat it, please? – คุณพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม?

ประโยคบอก ฉันเข้าใจแล้ว

  1. I got it. – เข้าใจแล้ว
  2. Oh, I see. – อ่อ, เข้าใจ
  3. Gotcha. – เก็ทๆ
  4. Alright. – ได้เลย
  5. Okay. – โอเค
  6. I understand now, thank you. – ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณค่ะ/ครับ
  7. Acknowledged. – ได้รับทราบแล้วค่ะ/ครับ
  8. Understood.(แบบช่อง 2) – เข้าใจค่ะ/ครับ
  9. Makes sense. – มีเหตุผล
  10. Clear now. – ชัดเจนแล้ว

ประโยคบอกว่า กลัว

  1. I’m scared. – ฉันกลัว
  2. This is frightening. – นี่มันน่ากลัว
  3. I feel terrified. – ฉันรู้สึกหวาดกลัว
  4. I’m really afraid. – ฉันกลัวมาก
  5. That sounds scary. – ฟังดูน่ากลัว

ประโยคกิจวัตรเกี่ยวกับการกิน การดื่ม

  1. I drink a glass of water every morning. – ฉันดื่มน้ำหนึ่งแก้วทุกเช้า
  2. I eat breakfast at 7 a.m. – ฉันทานอาหารเช้าเวลา 7 โมงเช้า
  3. I sip my coffee slowly to enjoy it. – ฉันจิบกาแฟช้าๆ เพื่อให้ได้เพลิดเพลิน
  4. I take my vitamins after breakfast. – ฉันทานวิตามินหลังจากอาหารเช้า
  5. I drink green tea in the afternoon. – ฉันดื่มชาเขียวในตอนบ่าย
  6. I snack on fruits between meals. – ฉันทานผลไม้เป็นของว่างระหว่างมื้อ
  7. I have a bowl of soup for dinner. – ฉันทานซุปหนึ่งชามเป็นอาหารเย็น
  8. I drink a cup of milk before going to sleep. – ฉันดื่มนมหนึ่งแก้วก่อนนอน
  9. I enjoy a glass of wine with dinner. – ฉันชอบดื่มไวน์หนึ่งแก้วพร้อมอาหารเย็น
  10. I sip a beer while watching the sunset. – ฉันจิบเบียร์ขณะชมพระอาทิตย์ตก

ประโยคบอก โชคดี เดินทางปลอดภัย

  1. Good luck. – โชคดี
  2. Have a safe journey. – เดินทางปลอดภัย
  3. Wishing you all the best on your trip. – ขอให้คุณโชคดีในการเดินทาง
  4. Take care and be safe. – ดูแลตัวเองและปลอดภัยนะ
  5. Have a great trip. – ขอให้คุณมีการเดินทางที่ดี

ประโยค การสั่งอาหาร ใน ร้านอาหาร

  1. Could I see the menu, please? – ขอดูเมนูได้ไหมคะ
  2. I would like to have chicken kaprow with rice. – ฉันขอไก่กระเพรากับข้าวค่ะ
  3. Can I get a coffee to go, please? – ขอกาแฟหนึ่งแบบกลับบ้านได้ไหมคะ
  4. I’d like a chicken wrap for takeout. – ฉันขอห่อไก่แบบกลับบ้านค่ะ
  5. Can I have a large fries with that, to go? – ขอเฟรนช์ฟรายส์ไซส์ใหญ่แบบกลับบ้านได้ไหมคะ
  6. I’m in a hurry. How long will the order take? – ฉันรีบอยู่ สั่งแล้วจะใช้เวลานานไหมคะ
  7. I’d like to order a pizza for pickup. – ฉันขอสั่งพิซซ่ามารับที่ร้านค่ะ
  8. May I have kaprow with rice and an extra sunny-side-up egg? – ขอกระเพรากับข้าวและไข่ดาวเพิ่มได้ไหมคะ
  9. Could I get chicken kaprow with rice and an omelet, please? – ขอข้าวกระเพราไก่และไข่เจียวได้ไหมคะ
  10. I’d like kaprow with extra rice, please. – ขอกระเพรากับข้าวเพิ่มค่ะ

ประโยค ชวนเพื่อนไปทานข้าว

  1. ​​Do you want to grab lunch together? – อยากไปทานอาหารกลางวันด้วยกันไหม
  2. How about we go for a coffee break? – เราไปดื่มกาแฟ พักกันแปปนึงไหม
  3. Are you free for lunch today? – วันนี้คุณว่างไปทานอาหารกลางวันไหม
  4. Want to join me for a quick bite? – อยากมาทานอะไรเร็วๆ ด้วยกันไหม
  5. Shall we try that new restaurant for lunch? – เราไปลองร้านอาหารใหม่สำหรับอาหารกลางวันกันไหม

ประโยค เกี่ยวกับ มื้ออาหาร

  1. Is lunch ready? – อาหารกลางวันพร้อมแล้วหรือยัง?
  2. Do you want to eat dinner together? – คุณต้องการทานข้าวเย็นด้วยกันไหม?
  3. I’m hungry. Let’s go eat. – ฉันหิวแล้ว ไปกินกันเถอะ
  4. Have you had breakfast yet? – คุณทานอาหารเช้าแล้วหรือยัง?
  5. What’s for dinner tonight? – วันนี้มื้อเย็นจะรับประทานอะไร?
  6. I’ll cook dinner tonight. – วันนี้ฉันจะทำอาหารเย็น
  7. Let’s grab something to eat. – เราไปกินอะไรกันเถอะ
  8. I’m going to the restaurant for dinner. – ฉันจะไปร้านอาหารทานมื้อเย็น
  9. How about a pizza night at my house? I’ll order from our favorite place. – ว่าไงถ้ามาทานพิซซ่าที่บ้านฉัน ฉันจะสั่งจากร้านโปรดของเรา
  10. We’re organizing a team lunch next Friday, would you like to join? – เราจะจัดงานอาหารกลางวันของทีมในวันศุกร์หน้า, คุณอยากเข้าร่วมไหม

ประโยค ว่าฉันชอบ อาหาร

  1. I love spicy food; the hotter, the better. – ฉันชอบอาหารเผ็ด ยิ่งเผ็ดยิ่งดี
  2. Can you make it extra spicy? I really enjoy the heat. – ทำให้เผ็ดมากๆ ได้ไหม ฉันชอบรสเผ็ดจริงๆ
  3. Noodles are my favorite, especially when they’re in a rich broth. – ฉันชอบก๋วยเตี๋ยวมาก เฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในน้ำซุปที่เข้มข้น
  4. I’m vegetarian, so I look for dishes without meat. – ฉันเป็นมังสวิรัติ ดังนั้นฉันจึงมองหาอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์
  5. I have a sweet tooth; I can’t resist desserts. – ฉันชอบของหวาน ฉันไม่สามารถต้านทานของหวานได้
  6. I love going to buffets because I can try a little bit of everything. – ฉันชอบไปบุฟเฟต์เพราะฉันสามารถลองทุกอย่างได้นิดหน่อย
  7. I love Thai food. – ฉันชอบอาหารไทย
  8. I love Japanese food. – ฉันชอบอาหารญี่ปุ่น
  9. I love spicy food. If it is not spicy, It is not yummy. ฉันชอบอาหารไทย ถ้าไม่เผ็ด ไม่อร่อย
  10. I love Som Tum (Papaya Salad with Fermanted Fish ). ฉันชอบกินส้มตำ ใส่ปลาร้า

ประโยค ขอบคุณ

  1. Thank you for your help. – ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ
  2. Thanks for the gift. – ขอบคุณสำหรับของขวัญ
  3. Thank you for coming. – ขอบคุณที่มา
  4. Thanks a lot! – ขอบคุณมากๆ
  5. Thank you very much for your kindness. – ขอบคุณมากๆ สำหรับความกรุณาของคุณ
  6. I really appreciate it. – ฉันขอบคุณมาก
  7. Thank you for everything. – ขอบคุณทุกอย่าง
  8. Thanks for your time. – ขอบคุณสำหรับเวลาของคุณ
  9. Thank you for being there for me. – ขอบคุณที่เคยอยู่เคียงข้างฉัน
  10. Thanks a bunch! – ขอบคุณมากๆ

ประโยคปฏิเสธ ในชีวิตประจำวัน

  1. I’m not available to talk right now. – ตอนนี้ฉันไม่ว่างคุยนะ
  2. I’m busy with work. – ฉันยุ่งกับงานอยู่
  3. I can’t help you at the moment. – ตอนนี้ฉันไม่สามารถช่วยคุณได้
  4. Sorry, I have another commitment. – ขอโทษนะ ฉันมีภารกิจอื่น
  5. I’m not interested, thank you. – ฉันไม่สนใจ ขอบคุณนะ
  6. No, thank you. I’m good. – ไม่เอานะ ขอบคุณ ฉันโอเคแล้ว
  7. I’ll have to pass on that. – ฉันต้องขอผ่านเรื่องนี้นะ
  8. I don’t think I’m the right person for this. – ฉันคิดว่าฉันไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับสิ่งนี้
  9. Unfortunately, I won’t be able to make it. – น่าเสียดาย ฉันไม่สามารถไปได้
  10. I really love to do that. But unfortunately I can’t. – ฉันอยากทำมากๆเลยนะ แต่น่าเสียดายอ่ะ ทำไม่ได้

ประโยคตอบตกลง

  1. Sure, I’ll do it. – ได้ๆ เดี๋ยวทำให้
  2. Yes, I can help. – ได้ เดี๋ยวฉันช่วย
  3. Of course, no problem. – แน่นอน ไม่มีปัญหา
  4. Absolutely, I’d be happy to. – แน่นอน ฉันยินดีที่จะทำ
  5. Okay, I’ll take care of it. – โอเค เดี๋ยวฉันดูแลให้
  6. Sure thing, count me in. – ได้เลย รวมฉันด้วย
  7. Yes, let’s do it. – ใช่ เราทำมันเถอะ
  8.  I’m in, what do you need? – ฉันเข้า คุณต้องการอะไร?
  9. No problem, I’ll handle it. – ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจัดการ
  10. Certainly, sir/ madam. – ได้เลยค่ะ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง