ภาษาอังกฤษ

200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

พี่พลอย
BY PLOYเผยแพร่เมื่อ 17 เมษายน 2567อ่าน 8 นาที
200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน
ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวันสวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน วันนี้พี่มีประโยค ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มาฝากกันค่ะ ซึ่งจะช่วยให้น้องๆ ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างสบายใจและมั่นใจขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ เมื่ออยู่นอกบ้านหรือทำกิจกรรมต่างๆ



พี่จะพาไปดู ประโยคภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการถามทาง, การสั่งอาหาร หรือ พูดบอกความรู้สึกต่างๆ  พี่มั่นใจว่าน้องๆ จะเริ่มเห็นว่าภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิด



พี่หวังว่าคำแนะนำของพี่จะเป็นประโยชน์ให้น้องๆ ได้ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นในชีวิตประจำวันนะคะการทักทาย/แนะนำตัว

  1. Hello, how are you? - สวัสดี คุณสบายดีไหม?
  2. I'm fine, thank you. And you? - ฉันสบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ?
  3. Good morning/afternoon/evening. - สวัสดีตอนเช้า/ สวัสดีตอนบ่าย / สวัสดีตอนเย็น
  4. Nice to meet you. My name is . - ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ
  5. What's your name? - คุณชื่ออะไร?
  6. Are you here on vacation or business? - คุณมาเที่ยวที่นี่หรือมาทำงาน?
  7. It’s been a long time! - ไม่เจอนานเลย!
  8. You look great! - คุณดูดีมาก!
  9. What have you been up to recently? - คุณทำอะไรอยู่ในช่วงนี้?
  10. Can I get your contact number? - ฉันขอเบอร์ติดต่อของคุณได้ไหม?
  11. Do you come here often? - คุณมาที่นี่บ่อยไหม?
  12. Let’s keep in touch. - เดี๋ยวคุยกัน ติดต่อกันนะ
  13. I’ve heard a lot about you. - ฉันได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับคุณ
  14. It’s a pleasure to meet you. - ยินดีที่ได้พบคุณ
  15. Let me introduce you to my friend. - ขอแนะนำเพื่อนของฉันให้คุณรู้จัก


ประโยคถาม สบายดีไหม

  1. What's up? - เป็นไงบ้าง
  2. How's it going? - สบายดีไหม
  3. How are you doing? - คุณเป็นอย่างไรบ้าง
  4. How's life? - ชีวิตเป็นไงบ้าง
  5. What's new? - มีอะไรใหม่ๆ ไหม
  6. How are you feeling? - คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
  7. How's everything? - ทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง
  8. How have you been? - คุณเป็นอย่างไรมาบ้าง
  9. How do you do? - สวัสดีครับ/ค่ะ (ใช้เมื่อพบกันครั้งแรก)
  10. How are you today? - คุณเป็นอย่างไรบ้างวันนี้


ประโยคบอก สบายดี / ไม่ค่อยสบาย

ประโยคบอก สบายดี

  1. I'm fine, thank you. - สบายดีค่ะ ขอบคุณ
  2. I'm doing well. - ฉันสบายดี
  3. I feel good today. - วันนี้ฉันรู้สึกดี
  4. I'm okay. - ฉันโอเคนะ
  5. I'm all right. - ฉันโอเคอยู่

ประโยคบอกว่า ไม่ค่อยสบาย

  1. I'm not feeling well. - ฉันไม่ค่อยสบาย
  2. I feel sick. - ฉันรู้สึกไม่สบาย
  3. I'm not okay. - ฉันไม่ค่อยโอเค
  4. I'm under the weather. - ฉันไม่ค่อยสบาย
  5. I'm feeling unwell. - ฉันรู้สึกไม่สบาย


ประโยคบอกลา เจอกันใหม่

  1. Goodbye! Have a great day. - บ๊ายบาย ขอให้มีวันที่ดี
  2. See you later! Take care. - แล้วเจอกันน้า! ดูแลตัวเองเด้อ
  3. Goodbye, and remember to call me. - บ๊าบาย อย่าลืมโทรหานะ
  4. See you later! Don't forget our meeting tomorrow. - แล้วเจอกัน! อย่าลืมการประชุมพรุ่งนี้หล่ะ
  5. Goodbye! Drive safely. - บ๊ายบาย! ขับรถดีๆหล่ะ
  6. See you later! Have a good trip. - แล้วเจอกัน! ขอให้เดินทางปลอดภัย
  7. Goodbye, my friend. See you next time. - บ๊ายบาย น้าเพื่อน แล้วเจอกันอีกครั้งหน้านะ
  8. See you later! Have fun at the party. - แล้วเจอกันนะแก! สนุกกับงานปาร์ตี้นะ
  9. Goodbye! I'll miss you. (ลาก่อน! ฉันจะคิดถึงคุณ)
  10. See you later! Take care of yourself. - แล้วเจอกัน! ดูแลตัวเองให้ดี


ประโยค ถามว่า เดินทางมายังไง

  1. How did you come here? - คุณมาที่นี่ยังไง
  2. Did you drive or take public transport? - คุณขับรถมาหรือใช้นั่งรถมา(ขนส่งสาธารณะ)
  3. How did you get here? - คุณมาถึงที่นี่ยังไง
  4. You drove or what? - คุณขับรถ หรือว่า อะไร อย่างอื่น
  5. Did you get here by BTS? - คุณมาที่นี่โดย BTS ใช่ไหม


ประโยค บอก ว่า เดินทางมาอย่างไร

  1. I came here using the BTS. - ฉันมาที่นี่โดยใช้บีทีเอส
  2. I took the MRT to get here. - ฉันนั่ง MRT มาที่นี่
  3. I drove myself here. - ฉันขับรถมาเอง
  4. I rode a motorbike here. - ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มา
  5. I got here by train. - ฉันมาที่นี่โดยรถไฟ


ประโยคพูดเกี่ยวกับ กิจวัตรประจำวัน

  1. I wake up at 6 a.m. every day. - ฉันตื่นเวลา 6 โมงเช้าทุกวัน
  2. After waking up, I brush my teeth and take a shower. - ฉันแปรงฟันและอาบน้ำ
  3. I have breakfast with my family. - ฉันทานอาหารเช้ากับครอบครัว
  4. Then, I go to work. - ฉันไปทำงาน
  5. I have lunch at around noon. - ฉันทานอาหารกลางวันตอนกลางวัน
  6. In the evening, I exercise for about an hour. - ฉันออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมง ตอนเย็น
  7. After that, I cook dinner. - ฉันทำอาหารเย็น
  8. I relax and watch TV before going to bed. - ฉันผ่อนคลายและดูทีวีก่อนที่จะไปนอน
  9. I read a book for a while before sleeping. - ฉันอ่านหนังสือสักพักก่อนนอน
  10. Finally, I go to bed at around 10 p.m. - และสุดท้าย ฉันนอนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม


ประโยคถามทาง

  1. How do I get to the nearest subway station? - ฉันจะไปสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดยังไง
  2. Can you tell me the way to the airport? - คุณบอกทางไปสนามบินให้ฉันหน่อยได้ไหม
  3. What's the best route to the shopping mall? - จะไปห้าง ทางไหนดีที่สุด
  4. Could you direct me to the post office, please? - ช่วยแนะนำทางไปที่ทำการไปรษณีย์ให้ฉันหน่อยได้ไหม คะ
  5. Do you know how to get to the park from here? - คุณรู้ทางไปสวนสาธารณะไหม (จากที่นี่)
  6. Which bus should I take to go to the museum? - ฉันควรจะนั่งรถเมล์สายไหนไปพิพิธภัณฑ์
  7. Is there a shortcut to the library? - มีทางลัดไปห้องสมุดไหม
  8. What's the quickest way to get to the hospital? - ทางไหนเร็วที่สุดไปโรงพยาบาล
  9. Can you point me in the direction of the bank? - คุณชี้ทางไปธนาคารให้ฉันได้ไหม
  10. How far is the restaurant from here, and how do I get there? - ร้านอาหารอยู่ไกลจากที่นี่แค่ไหน และฉันจะไปที่นั่นยังไง


ประโยคบอกทาง

  1. The bathroom is over there. - ห้องน้ำอยู่ทางนั้น
  2. The lift is next to the stairs. - ลิฟต์อยู่ข้างบันได
  3. 7-11 is right here. - 7-11 อยู่ตรงนี้เลย
  4. The elevator is right around the corner. - ลิฟต์อยู่มุมนั้นเลย
  5. To get to the BTS, go straight and then take a right. - ถ้าจะไป BTS ให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา
  6. The park is across from the library. - สวนสาธารณะอยู่ตรงข้ามห้องสมุด
  7. The coffee shop is next to the bank. - ร้านกาแฟอยู่ข้างธนาคาร
  8. The hospital is down this road on the right. - โรงพยาบาลอยู่ลงทางนี้ทางขวา
  9. The school is just behind the supermarket. - โรงเรียนอยู่ข้างหลังซูเปอร์มาร์เก็ตเลย
  10. The restaurant is at the end of this street. - ร้านอาหารอยู่ปลายถนนนี้


ประโยค ขอตัวกลับก่อน

  1. I have to go now. - ฉันต้องไปแล้ว
  2. I need to head out. - ฉันต้องออกไป
  3. Sorry, I need to go - ขอโทษนะ ฉันต้องไปแล้ว
  4. It's time for me to leave. - ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว
  5. I should be going. - ฉันควรจะไปแล้ว
  6. Excuse me, I have to leave early. - ขอโทษนะ, ฉันต้องกลับก่อน
  7. May I be excused? - ฉันขอตัวก่อนได้ไหม
  8. I must be off. - ฉันต้องไปแล้ว
  9. Sorry, I need to leave now. - ขอโทษนะ, ฉันต้องไปตอนนี้
  10. I've got to run. - ฉันต้องรีบไปแล้ว


ประโยคบอกว่า ไม่เข้าใจ พูดอีกครั้งได้ไหม

  1. I don't understand. - ฉันไม่เข้าใจ
  2. Can you explain that again? - คุณอธิบายอีกครั้งได้ไหม?
  3. I'm not sure I follow. - ฉันไม่แน่ใจว่าฉันตามทัน
  4. What do you mean by that? - คุณหมายความว่าอย่างไร?
  5. Sorry, I didn't catch that. - ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ยิน
  6. I don't get it. - ฉันไม่เข้าใจ
  7. Say that again, please? - พูดอีกครั้งได้ไหม?
  8. Can you speak more slowly? - คุณพูดช้าๆ หน่อยได้ไหม?
  9. Can you use more simple words, please. - ช่วยใช้คำง่ายๆ ได้ไหมคะ
  10. Can you repeat it, please? - คุณพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม?


ประโยคบอก ฉันเข้าใจแล้ว

  1. I got it. - เข้าใจแล้ว
  2. Oh, I see. - อ่อ, เข้าใจ
  3. Gotcha. - เก็ทๆ
  4. Alright. - ได้เลย
  5. Okay. - โอเค
  6. I understand now, thank you. - ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณค่ะ/ครับ
  7. Acknowledged. - ได้รับทราบแล้วค่ะ/ครับ
  8. Understood.(แบบช่อง 2) - เข้าใจค่ะ/ครับ
  9. Makes sense. - มีเหตุผล
  10. Clear now. - ชัดเจนแล้ว


ประโยคบอกว่า กลัว

  1. I'm scared. - ฉันกลัว
  2. This is frightening. - นี่มันน่ากลัว
  3. I feel terrified. - ฉันรู้สึกหวาดกลัว
  4. I'm really afraid. - ฉันกลัวมาก
  5. That sounds scary. - ฟังดูน่ากลัว


ประโยคกิจวัตรเกี่ยวกับการกิน การดื่ม

  1. I drink a glass of water every morning. - ฉันดื่มน้ำหนึ่งแก้วทุกเช้า
  2. I eat breakfast at 7 a.m. - ฉันทานอาหารเช้าเวลา 7 โมงเช้า
  3. I sip my coffee slowly to enjoy it. - ฉันจิบกาแฟช้าๆ เพื่อให้ได้เพลิดเพลิน
  4. I take my vitamins after breakfast. - ฉันทานวิตามินหลังจากอาหารเช้า
  5. I drink green tea in the afternoon. - ฉันดื่มชาเขียวในตอนบ่าย
  6. I snack on fruits between meals. - ฉันทานผลไม้เป็นของว่างระหว่างมื้อ
  7. I have a bowl of soup for dinner. - ฉันทานซุปหนึ่งชามเป็นอาหารเย็น
  8. I drink a cup of milk before going to sleep. - ฉันดื่มนมหนึ่งแก้วก่อนนอน
  9. I enjoy a glass of wine with dinner. - ฉันชอบดื่มไวน์หนึ่งแก้วพร้อมอาหารเย็น
  10. I sip a beer while watching the sunset. - ฉันจิบเบียร์ขณะชมพระอาทิตย์ตก


ประโยคบอก โชคดี เดินทางปลอดภัย

  1. Good luck. - โชคดี
  2. Have a safe journey. - เดินทางปลอดภัย
  3. Wishing you all the best on your trip. - ขอให้คุณโชคดีในการเดินทาง
  4. Take care and be safe. - ดูแลตัวเองและปลอดภัยนะ
  5. Have a great trip. - ขอให้คุณมีการเดินทางที่ดี


ประโยค การสั่งอาหาร ใน ร้านอาหาร

  1. Could I see the menu, please? - ขอดูเมนูได้ไหมคะ
  2. I would like to have chicken kaprow with rice. - ฉันขอไก่กระเพรากับข้าวค่ะ
  3. Can I get a coffee to go, please? - ขอกาแฟหนึ่งแบบกลับบ้านได้ไหมคะ
  4. I'd like a chicken wrap for takeout. - ฉันขอห่อไก่แบบกลับบ้านค่ะ
  5. Can I have a large fries with that, to go? - ขอเฟรนช์ฟรายส์ไซส์ใหญ่แบบกลับบ้านได้ไหมคะ
  6. I'm in a hurry. How long will the order take? - ฉันรีบอยู่ สั่งแล้วจะใช้เวลานานไหมคะ
  7. I'd like to order a pizza for pickup. - ฉันขอสั่งพิซซ่ามารับที่ร้านค่ะ
  8. May I have kaprow with rice and an extra sunny-side-up egg? - ขอกระเพรากับข้าวและไข่ดาวเพิ่มได้ไหมคะ
  9. Could I get chicken kaprow with rice and an omelet, please? - ขอข้าวกระเพราไก่และไข่เจียวได้ไหมคะ
  10. I'd like kaprow with extra rice, please. - ขอกระเพรากับข้าวเพิ่มค่ะ


ประโยค ชวนเพื่อนไปทานข้าว

  1. ​​Do you want to grab lunch together? - อยากไปทานอาหารกลางวันด้วยกันไหม
  2. How about we go for a coffee break? - เราไปดื่มกาแฟ พักกันแปปนึงไหม
  3. Are you free for lunch today? - วันนี้คุณว่างไปทานอาหารกลางวันไหม
  4. Want to join me for a quick bite? - อยากมาทานอะไรเร็วๆ ด้วยกันไหม
  5. Shall we try that new restaurant for lunch? - เราไปลองร้านอาหารใหม่สำหรับอาหารกลางวันกันไหม


ประโยค เกี่ยวกับ มื้ออาหาร

  1. Is lunch ready? - อาหารกลางวันพร้อมแล้วหรือยัง?
  2. Do you want to eat dinner together? - คุณต้องการทานข้าวเย็นด้วยกันไหม?
  3. I'm hungry. Let's go eat. - ฉันหิวแล้ว ไปกินกันเถอะ
  4. Have you had breakfast yet? - คุณทานอาหารเช้าแล้วหรือยัง?
  5. What's for dinner tonight? - วันนี้มื้อเย็นจะรับประทานอะไร?
  6. I'll cook dinner tonight. - วันนี้ฉันจะทำอาหารเย็น
  7. Let's grab something to eat. - เราไปกินอะไรกันเถอะ
  8. I'm going to the restaurant for dinner. - ฉันจะไปร้านอาหารทานมื้อเย็น
  9. How about a pizza night at my house? I'll order from our favorite place. - ว่าไงถ้ามาทานพิซซ่าที่บ้านฉัน ฉันจะสั่งจากร้านโปรดของเรา
  10. We're organizing a team lunch next Friday, would you like to join? - เราจะจัดงานอาหารกลางวันของทีมในวันศุกร์หน้า, คุณอยากเข้าร่วมไหม


ประโยค ว่าฉันชอบ อาหาร

  1. I love spicy food; the hotter, the better. - ฉันชอบอาหารเผ็ด ยิ่งเผ็ดยิ่งดี
  2. Can you make it extra spicy? I really enjoy the heat. - ทำให้เผ็ดมากๆ ได้ไหม ฉันชอบรสเผ็ดจริงๆ
  3. Noodles are my favorite, especially when they're in a rich broth. - ฉันชอบก๋วยเตี๋ยวมาก เฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในน้ำซุปที่เข้มข้น
  4. I'm vegetarian, so I look for dishes without meat. - ฉันเป็นมังสวิรัติ ดังนั้นฉันจึงมองหาอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์
  5. I have a sweet tooth; I can't resist desserts. - ฉันชอบของหวาน ฉันไม่สามารถต้านทานของหวานได้
  6. I love going to buffets because I can try a little bit of everything. - ฉันชอบไปบุฟเฟต์เพราะฉันสามารถลองทุกอย่างได้นิดหน่อย
  7. I love Thai food. - ฉันชอบอาหารไทย
  8. I love Japanese food. - ฉันชอบอาหารญี่ปุ่น
  9. I love spicy food. If it is not spicy, It is not yummy. ฉันชอบอาหารไทย ถ้าไม่เผ็ด ไม่อร่อย
  10. I love Som Tum (Papaya Salad with Fermanted Fish ). ฉันชอบกินส้มตำ ใส่ปลาร้า


ประโยค ขอบคุณ

  1. Thank you for your help. - ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ
  2. Thanks for the gift. - ขอบคุณสำหรับของขวัญ
  3. Thank you for coming. - ขอบคุณที่มา
  4. Thanks a lot! - ขอบคุณมากๆ
  5. Thank you very much for your kindness. - ขอบคุณมากๆ สำหรับความกรุณาของคุณ
  6. I really appreciate it. - ฉันขอบคุณมาก
  7. Thank you for everything. - ขอบคุณทุกอย่าง
  8. Thanks for your time. - ขอบคุณสำหรับเวลาของคุณ
  9. Thank you for being there for me. - ขอบคุณที่เคยอยู่เคียงข้างฉัน
  10. Thanks a bunch! - ขอบคุณมากๆ


ประโยคปฏิเสธ ในชีวิตประจำวัน

  1. I'm not available to talk right now. - ตอนนี้ฉันไม่ว่างคุยนะ
  2. I'm busy with work. - ฉันยุ่งกับงานอยู่
  3. I can't help you at the moment. - ตอนนี้ฉันไม่สามารถช่วยคุณได้
  4. Sorry, I have another commitment. - ขอโทษนะ ฉันมีภารกิจอื่น
  5. I'm not interested, thank you. - ฉันไม่สนใจ ขอบคุณนะ
  6. No, thank you. I'm good. - ไม่เอานะ ขอบคุณ ฉันโอเคแล้ว
  7. I'll have to pass on that. - ฉันต้องขอผ่านเรื่องนี้นะ
  8. I don't think I'm the right person for this. - ฉันคิดว่าฉันไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับสิ่งนี้
  9. Unfortunately, I won't be able to make it. - น่าเสียดาย ฉันไม่สามารถไปได้
  10. I really love to do that. But unfortunately I can't. - ฉันอยากทำมากๆเลยนะ แต่น่าเสียดายอ่ะ ทำไม่ได้


ประโยคตอบตกลง

  1. Sure, I'll do it. - ได้ๆ เดี๋ยวทำให้
  2. Yes, I can help. - ได้ เดี๋ยวฉันช่วย
  3. Of course, no problem. - แน่นอน ไม่มีปัญหา
  4. Absolutely, I'd be happy to. - แน่นอน ฉันยินดีที่จะทำ
  5. Okay, I'll take care of it. - โอเค เดี๋ยวฉันดูแลให้
  6. Sure thing, count me in. - ได้เลย รวมฉันด้วย
  7. Yes, let's do it. - ใช่ เราทำมันเถอะ
  8.  I'm in, what do you need? - ฉันเข้า คุณต้องการอะไร?
  9. No problem, I'll handle it. - ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจัดการ
  10. Certainly, sir/ madam. - ได้เลยค่ะ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง

📚 บทความที่เกี่ยวข้อง:


📖 อ่านเพิ่มเติม: ดูบทเรียนภาษาอังกฤษทั้งหมดได้ที่ ฝึกภาษาอังกฤษ

เกี่ยวกับผู้เขียน

พี่พลอย

พี่พลอย

อดีตลูกเรือ Qatar Airways · Co-founder Air Khaek

พี่พลอยอยากส่งต่อประสบการณ์จริงให้น้องได้ไปถึงฝัน — จากคนที่เคยเดินทางนี้มาแล้ว อยากพาน้องเดินไปด้วยกัน ก่อตั้ง Air Khaek ตั้งแต่ปี 2017 ช่วยนักเรียนมาแล้วกว่า 800+ คน

ก่อตั้งปี 2017 · นักเรียน 800+ คน

คุยกับพี่พลอย →

เริ่มต้นวันนี้

พร้อมเตรียมตัวสัมภาษณ์แอร์?

รับรายงานความพร้อมส่วนตัวฟรีจากพี่พลอย — วิเคราะห์เฉพาะสำหรับน้องแต่ละคน ส่งทาง LINE

อยากรู้ว่าน้องพร้อมแค่ไหน? →
บทความภาษาอังกฤษ ฝึกอ่าน สมัครแอร์โฮสเตสภาษาอังกฤษ

บทความภาษาอังกฤษ ฝึกอ่าน สำหรับสมัครแอร์

11 พ.ค. 25695 นาที
บทสนทนาภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่านภาษาอังกฤษ

150 บทสนทนาภาษาอังกฤษ

บทสนทนาภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน ในสถานการณ์ต่างๆ เมื่อเรา ต้องคุยกับ ชาวต่างชาติ สามารถเอาไป พูดได้เลย เป็นบทพูด ง่ายๆ ใช้คำศัพท์พื้นฐาน \n \nมีหลาย...

20 ธ.ค. 25685 นาที
บทสนทนา กับ ผู้โดยสาร บนเครื่องบิน ภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย 2 คนภาษาอังกฤษ

บทสนทนาภาษาอังกฤษ กับ ผู้โดยสารบนเครื่องบิน

บทสนทนาภาษาอังกฤษ กับ ผู้โดยสารบนเครื่องบินบทสนทนาภาษาอังกฤษ กับ ผู้โดยสารบนเครื่องบิน ตั้งแต่ผู้โดยสาร ขึ้นเครื่อง จน ออกจากเครื่องบิน \n...

13 ธ.ค. 25687 นาที
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับลูกเรือภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับลูกเรือ: 311 ประโยคที่คุณต้องรู้

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สำหรับลูกเรือ เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับน้องๆ ที่อยากสมัครงานเป็นแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต เพราะบนเครื่องบิน...

25 ส.ค. 256814 นาที
บทสนทนา ภาษาอังกฤษ 2 คน ในห้องเรียนภาษาอังกฤษ

บทสนทนา ภาษาอังกฤษ 2 คน ในห้องเรียน

บทสนทนา ภาษาอังกฤษ 2 คน ในห้องเรียน

25 เม.ย. 25675 นาที
สอนพูดภาษาอังกฤษ สมัครแอร์โฮสเตส สจ๊วตภาษาอังกฤษ

สอนพูดภาษาอังกฤษ สมัครแอร์ English Conversation for Cabin Crew

สอนพูดภาษาอังกฤษ คอร์สเรียน เจาะ พูดสัมภาษณ์งาน สำหรับ สมัครงานแอร์โฮสเตส สจ๊วต และ งานบริการลูกค้า ชั้นสูง คอร์สเรียน พูดภาษาอังกฤษ สำหรับ...

12 ม.ค. 25664 นาที