ภาษาอังกฤษ

200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

พี่พลอย
BY PLOYเผยแพร่เมื่อ 17 เมษายน 2567อ่าน 8 นาที
200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน
ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

200 ประโยค ภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวันสวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน วันนี้พี่มีประโยค ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มาฝากกันค่ะ ซึ่งจะช่วยให้น้องๆ ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างสบายใจและมั่นใจขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ เมื่ออยู่นอกบ้านหรือทำกิจกรรมต่างๆ



พี่จะพาไปดู ประโยคภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการถามทาง, การสั่งอาหาร หรือ พูดบอกความรู้สึกต่างๆ  พี่มั่นใจว่าน้องๆ จะเริ่มเห็นว่าภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิด



พี่หวังว่าคำแนะนำของพี่จะเป็นประโยชน์ให้น้องๆ ได้ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นในชีวิตประจำวันนะคะการทักทาย/แนะนำตัว

  1. Hello, how are you? - สวัสดี คุณสบายดีไหม?
  2. I'm fine, thank you. And you? - ฉันสบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ?
  3. Good morning/afternoon/evening. - สวัสดีตอนเช้า/ สวัสดีตอนบ่าย / สวัสดีตอนเย็น
  4. Nice to meet you. My name is . - ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ
  5. What's your name? - คุณชื่ออะไร?
  6. Are you here on vacation or business? - คุณมาเที่ยวที่นี่หรือมาทำงาน?
  7. It’s been a long time! - ไม่เจอนานเลย!
  8. You look great! - คุณดูดีมาก!
  9. What have you been up to recently? - คุณทำอะไรอยู่ในช่วงนี้?
  10. Can I get your contact number? - ฉันขอเบอร์ติดต่อของคุณได้ไหม?
  11. Do you come here often? - คุณมาที่นี่บ่อยไหม?
  12. Let’s keep in touch. - เดี๋ยวคุยกัน ติดต่อกันนะ
  13. I’ve heard a lot about you. - ฉันได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับคุณ
  14. It’s a pleasure to meet you. - ยินดีที่ได้พบคุณ
  15. Let me introduce you to my friend. - ขอแนะนำเพื่อนของฉันให้คุณรู้จัก


ประโยคถาม สบายดีไหม

  1. What's up? - เป็นไงบ้าง
  2. How's it going? - สบายดีไหม
  3. How are you doing? - คุณเป็นอย่างไรบ้าง
  4. How's life? - ชีวิตเป็นไงบ้าง
  5. What's new? - มีอะไรใหม่ๆ ไหม
  6. How are you feeling? - คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
  7. How's everything? - ทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง
  8. How have you been? - คุณเป็นอย่างไรมาบ้าง
  9. How do you do? - สวัสดีครับ/ค่ะ (ใช้เมื่อพบกันครั้งแรก)
  10. How are you today? - คุณเป็นอย่างไรบ้างวันนี้


ประโยคบอก สบายดี / ไม่ค่อยสบาย

ประโยคบอก สบายดี

  1. I'm fine, thank you. - สบายดีค่ะ ขอบคุณ
  2. I'm doing well. - ฉันสบายดี
  3. I feel good today. - วันนี้ฉันรู้สึกดี
  4. I'm okay. - ฉันโอเคนะ
  5. I'm all right. - ฉันโอเคอยู่

ประโยคบอกว่า ไม่ค่อยสบาย

  1. I'm not feeling well. - ฉันไม่ค่อยสบาย
  2. I feel sick. - ฉันรู้สึกไม่สบาย
  3. I'm not okay. - ฉันไม่ค่อยโอเค
  4. I'm under the weather. - ฉันไม่ค่อยสบาย
  5. I'm feeling unwell. - ฉันรู้สึกไม่สบาย


ประโยคบอกลา เจอกันใหม่

  1. Goodbye! Have a great day. - บ๊ายบาย ขอให้มีวันที่ดี
  2. See you later! Take care. - แล้วเจอกันน้า! ดูแลตัวเองเด้อ
  3. Goodbye, and remember to call me. - บ๊าบาย อย่าลืมโทรหานะ
  4. See you later! Don't forget our meeting tomorrow. - แล้วเจอกัน! อย่าลืมการประชุมพรุ่งนี้หล่ะ
  5. Goodbye! Drive safely. - บ๊ายบาย! ขับรถดีๆหล่ะ
  6. See you later! Have a good trip. - แล้วเจอกัน! ขอให้เดินทางปลอดภัย
  7. Goodbye, my friend. See you next time. - บ๊ายบาย น้าเพื่อน แล้วเจอกันอีกครั้งหน้านะ
  8. See you later! Have fun at the party. - แล้วเจอกันนะแก! สนุกกับงานปาร์ตี้นะ
  9. Goodbye! I'll miss you. (ลาก่อน! ฉันจะคิดถึงคุณ)
  10. See you later! Take care of yourself. - แล้วเจอกัน! ดูแลตัวเองให้ดี


ประโยค ถามว่า เดินทางมายังไง

  1. How did you come here? - คุณมาที่นี่ยังไง
  2. Did you drive or take public transport? - คุณขับรถมาหรือใช้นั่งรถมา(ขนส่งสาธารณะ)
  3. How did you get here? - คุณมาถึงที่นี่ยังไง
  4. You drove or what? - คุณขับรถ หรือว่า อะไร อย่างอื่น
  5. Did you get here by BTS? - คุณมาที่นี่โดย BTS ใช่ไหม


ประโยค บอก ว่า เดินทางมาอย่างไร

  1. I came here using the BTS. - ฉันมาที่นี่โดยใช้บีทีเอส
  2. I took the MRT to get here. - ฉันนั่ง MRT มาที่นี่
  3. I drove myself here. - ฉันขับรถมาเอง
  4. I rode a motorbike here. - ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มา
  5. I got here by train. - ฉันมาที่นี่โดยรถไฟ


ประโยคพูดเกี่ยวกับ กิจวัตรประจำวัน

  1. I wake up at 6 a.m. every day. - ฉันตื่นเวลา 6 โมงเช้าทุกวัน
  2. After waking up, I brush my teeth and take a shower. - ฉันแปรงฟันและอาบน้ำ
  3. I have breakfast with my family. - ฉันทานอาหารเช้ากับครอบครัว
  4. Then, I go to work. - ฉันไปทำงาน
  5. I have lunch at around noon. - ฉันทานอาหารกลางวันตอนกลางวัน
  6. In the evening, I exercise for about an hour. - ฉันออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมง ตอนเย็น
  7. After that, I cook dinner. - ฉันทำอาหารเย็น
  8. I relax and watch TV before going to bed. - ฉันผ่อนคลายและดูทีวีก่อนที่จะไปนอน
  9. I read a book for a while before sleeping. - ฉันอ่านหนังสือสักพักก่อนนอน
  10. Finally, I go to bed at around 10 p.m. - และสุดท้าย ฉันนอนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม


ประโยคถามทาง

  1. How do I get to the nearest subway station? - ฉันจะไปสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดยังไง
  2. Can you tell me the way to the airport? - คุณบอกทางไปสนามบินให้ฉันหน่อยได้ไหม
  3. What's the best route to the shopping mall? - จะไปห้าง ทางไหนดีที่สุด
  4. Could you direct me to the post office, please? - ช่วยแนะนำทางไปที่ทำการไปรษณีย์ให้ฉันหน่อยได้ไหม คะ
  5. Do you know how to get to the park from here? - คุณรู้ทางไปสวนสาธารณะไหม (จากที่นี่)
  6. Which bus should I take to go to the museum? - ฉันควรจะนั่งรถเมล์สายไหนไปพิพิธภัณฑ์
  7. Is there a shortcut to the library? - มีทางลัดไปห้องสมุดไหม
  8. What's the quickest way to get to the hospital? - ทางไหนเร็วที่สุดไปโรงพยาบาล
  9. Can you point me in the direction of the bank? - คุณชี้ทางไปธนาคารให้ฉันได้ไหม
  10. How far is the restaurant from here, and how do I get there? - ร้านอาหารอยู่ไกลจากที่นี่แค่ไหน และฉันจะไปที่นั่นยังไง


ประโยคบอกทาง

  1. The bathroom is over there. - ห้องน้ำอยู่ทางนั้น
  2. The lift is next to the stairs. - ลิฟต์อยู่ข้างบันได
  3. 7-11 is right here. - 7-11 อยู่ตรงนี้เลย
  4. The elevator is right around the corner. - ลิฟต์อยู่มุมนั้นเลย
  5. To get to the BTS, go straight and then take a right. - ถ้าจะไป BTS ให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา
  6. The park is across from the library. - สวนสาธารณะอยู่ตรงข้ามห้องสมุด
  7. The coffee shop is next to the bank. - ร้านกาแฟอยู่ข้างธนาคาร
  8. The hospital is down this road on the right. - โรงพยาบาลอยู่ลงทางนี้ทางขวา
  9. The school is just behind the supermarket. - โรงเรียนอยู่ข้างหลังซูเปอร์มาร์เก็ตเลย
  10. The restaurant is at the end of this street. - ร้านอาหารอยู่ปลายถนนนี้


ประโยค ขอตัวกลับก่อน

  1. I have to go now. - ฉันต้องไปแล้ว
  2. I need to head out. - ฉันต้องออกไป
  3. Sorry, I need to go - ขอโทษนะ ฉันต้องไปแล้ว
  4. It's time for me to leave. - ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว
  5. I should be going. - ฉันควรจะไปแล้ว
  6. Excuse me, I have to leave early. - ขอโทษนะ, ฉันต้องกลับก่อน
  7. May I be excused? - ฉันขอตัวก่อนได้ไหม
  8. I must be off. - ฉันต้องไปแล้ว
  9. Sorry, I need to leave now. - ขอโทษนะ, ฉันต้องไปตอนนี้
  10. I've got to run. - ฉันต้องรีบไปแล้ว


ประโยคบอกว่า ไม่เข้าใจ พูดอีกครั้งได้ไหม

  1. I don't understand. - ฉันไม่เข้าใจ
  2. Can you explain that again? - คุณอธิบายอีกครั้งได้ไหม?
  3. I'm not sure I follow. - ฉันไม่แน่ใจว่าฉันตามทัน
  4. What do you mean by that? - คุณหมายความว่าอย่างไร?
  5. Sorry, I didn't catch that. - ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ยิน
  6. I don't get it. - ฉันไม่เข้าใจ
  7. Say that again, please? - พูดอีกครั้งได้ไหม?
  8. Can you speak more slowly? - คุณพูดช้าๆ หน่อยได้ไหม?
  9. Can you use more simple words, please. - ช่วยใช้คำง่ายๆ ได้ไหมคะ
  10. Can you repeat it, please? - คุณพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม?


ประโยคบอก ฉันเข้าใจแล้ว

  1. I got it. - เข้าใจแล้ว
  2. Oh, I see. - อ่อ, เข้าใจ
  3. Gotcha. - เก็ทๆ
  4. Alright. - ได้เลย
  5. Okay. - โอเค
  6. I understand now, thank you. - ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณค่ะ/ครับ
  7. Acknowledged. - ได้รับทราบแล้วค่ะ/ครับ
  8. Understood.(แบบช่อง 2) - เข้าใจค่ะ/ครับ
  9. Makes sense. - มีเหตุผล
  10. Clear now. - ชัดเจนแล้ว


ประโยคบอกว่า กลัว

  1. I'm scared. - ฉันกลัว
  2. This is frightening. - นี่มันน่ากลัว
  3. I feel terrified. - ฉันรู้สึกหวาดกลัว
  4. I'm really afraid. - ฉันกลัวมาก
  5. That sounds scary. - ฟังดูน่ากลัว


ประโยคกิจวัตรเกี่ยวกับการกิน การดื่ม

  1. I drink a glass of water every morning. - ฉันดื่มน้ำหนึ่งแก้วทุกเช้า
  2. I eat breakfast at 7 a.m. - ฉันทานอาหารเช้าเวลา 7 โมงเช้า
  3. I sip my coffee slowly to enjoy it. - ฉันจิบกาแฟช้าๆ เพื่อให้ได้เพลิดเพลิน
  4. I take my vitamins after breakfast. - ฉันทานวิตามินหลังจากอาหารเช้า
  5. I drink green tea in the afternoon. - ฉันดื่มชาเขียวในตอนบ่าย
  6. I snack on fruits between meals. - ฉันทานผลไม้เป็นของว่างระหว่างมื้อ
  7. I have a bowl of soup for dinner. - ฉันทานซุปหนึ่งชามเป็นอาหารเย็น
  8. I drink a cup of milk before going to sleep. - ฉันดื่มนมหนึ่งแก้วก่อนนอน
  9. I enjoy a glass of wine with dinner. - ฉันชอบดื่มไวน์หนึ่งแก้วพร้อมอาหารเย็น
  10. I sip a beer while watching the sunset. - ฉันจิบเบียร์ขณะชมพระอาทิตย์ตก


ประโยคบอก โชคดี เดินทางปลอดภัย

  1. Good luck. - โชคดี
  2. Have a safe journey. - เดินทางปลอดภัย
  3. Wishing you all the best on your trip. - ขอให้คุณโชคดีในการเดินทาง
  4. Take care and be safe. - ดูแลตัวเองและปลอดภัยนะ
  5. Have a great trip. - ขอให้คุณมีการเดินทางที่ดี


ประโยค การสั่งอาหาร ใน ร้านอาหาร

  1. Could I see the menu, please? - ขอดูเมนูได้ไหมคะ
  2. I would like to have chicken kaprow with rice. - ฉันขอไก่กระเพรากับข้าวค่ะ
  3. Can I get a coffee to go, please? - ขอกาแฟหนึ่งแบบกลับบ้านได้ไหมคะ
  4. I'd like a chicken wrap for takeout. - ฉันขอห่อไก่แบบกลับบ้านค่ะ
  5. Can I have a large fries with that, to go? - ขอเฟรนช์ฟรายส์ไซส์ใหญ่แบบกลับบ้านได้ไหมคะ
  6. I'm in a hurry. How long will the order take? - ฉันรีบอยู่ สั่งแล้วจะใช้เวลานานไหมคะ
  7. I'd like to order a pizza for pickup. - ฉันขอสั่งพิซซ่ามารับที่ร้านค่ะ
  8. May I have kaprow with rice and an extra sunny-side-up egg? - ขอกระเพรากับข้าวและไข่ดาวเพิ่มได้ไหมคะ
  9. Could I get chicken kaprow with rice and an omelet, please? - ขอข้าวกระเพราไก่และไข่เจียวได้ไหมคะ
  10. I'd like kaprow with extra rice, please. - ขอกระเพรากับข้าวเพิ่มค่ะ


ประโยค ชวนเพื่อนไปทานข้าว

  1. ​​Do you want to grab lunch together? - อยากไปทานอาหารกลางวันด้วยกันไหม
  2. How about we go for a coffee break? - เราไปดื่มกาแฟ พักกันแปปนึงไหม
  3. Are you free for lunch today? - วันนี้คุณว่างไปทานอาหารกลางวันไหม
  4. Want to join me for a quick bite? - อยากมาทานอะไรเร็วๆ ด้วยกันไหม
  5. Shall we try that new restaurant for lunch? - เราไปลองร้านอาหารใหม่สำหรับอาหารกลางวันกันไหม


ประโยค เกี่ยวกับ มื้ออาหาร

  1. Is lunch ready? - อาหารกลางวันพร้อมแล้วหรือยัง?
  2. Do you want to eat dinner together? - คุณต้องการทานข้าวเย็นด้วยกันไหม?
  3. I'm hungry. Let's go eat. - ฉันหิวแล้ว ไปกินกันเถอะ
  4. Have you had breakfast yet? - คุณทานอาหารเช้าแล้วหรือยัง?
  5. What's for dinner tonight? - วันนี้มื้อเย็นจะรับประทานอะไร?
  6. I'll cook dinner tonight. - วันนี้ฉันจะทำอาหารเย็น
  7. Let's grab something to eat. - เราไปกินอะไรกันเถอะ
  8. I'm going to the restaurant for dinner. - ฉันจะไปร้านอาหารทานมื้อเย็น
  9. How about a pizza night at my house? I'll order from our favorite place. - ว่าไงถ้ามาทานพิซซ่าที่บ้านฉัน ฉันจะสั่งจากร้านโปรดของเรา
  10. We're organizing a team lunch next Friday, would you like to join? - เราจะจัดงานอาหารกลางวันของทีมในวันศุกร์หน้า, คุณอยากเข้าร่วมไหม


ประโยค ว่าฉันชอบ อาหาร

  1. I love spicy food; the hotter, the better. - ฉันชอบอาหารเผ็ด ยิ่งเผ็ดยิ่งดี
  2. Can you make it extra spicy? I really enjoy the heat. - ทำให้เผ็ดมากๆ ได้ไหม ฉันชอบรสเผ็ดจริงๆ
  3. Noodles are my favorite, especially when they're in a rich broth. - ฉันชอบก๋วยเตี๋ยวมาก เฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในน้ำซุปที่เข้มข้น
  4. I'm vegetarian, so I look for dishes without meat. - ฉันเป็นมังสวิรัติ ดังนั้นฉันจึงมองหาอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์
  5. I have a sweet tooth; I can't resist desserts. - ฉันชอบของหวาน ฉันไม่สามารถต้านทานของหวานได้
  6. I love going to buffets because I can try a little bit of everything. - ฉันชอบไปบุฟเฟต์เพราะฉันสามารถลองทุกอย่างได้นิดหน่อย
  7. I love Thai food. - ฉันชอบอาหารไทย
  8. I love Japanese food. - ฉันชอบอาหารญี่ปุ่น
  9. I love spicy food. If it is not spicy, It is not yummy. ฉันชอบอาหารไทย ถ้าไม่เผ็ด ไม่อร่อย
  10. I love Som Tum (Papaya Salad with Fermanted Fish ). ฉันชอบกินส้มตำ ใส่ปลาร้า


ประโยค ขอบคุณ

  1. Thank you for your help. - ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ
  2. Thanks for the gift. - ขอบคุณสำหรับของขวัญ
  3. Thank you for coming. - ขอบคุณที่มา
  4. Thanks a lot! - ขอบคุณมากๆ
  5. Thank you very much for your kindness. - ขอบคุณมากๆ สำหรับความกรุณาของคุณ
  6. I really appreciate it. - ฉันขอบคุณมาก
  7. Thank you for everything. - ขอบคุณทุกอย่าง
  8. Thanks for your time. - ขอบคุณสำหรับเวลาของคุณ
  9. Thank you for being there for me. - ขอบคุณที่เคยอยู่เคียงข้างฉัน
  10. Thanks a bunch! - ขอบคุณมากๆ


ประโยคปฏิเสธ ในชีวิตประจำวัน

  1. I'm not available to talk right now. - ตอนนี้ฉันไม่ว่างคุยนะ
  2. I'm busy with work. - ฉันยุ่งกับงานอยู่
  3. I can't help you at the moment. - ตอนนี้ฉันไม่สามารถช่วยคุณได้
  4. Sorry, I have another commitment. - ขอโทษนะ ฉันมีภารกิจอื่น
  5. I'm not interested, thank you. - ฉันไม่สนใจ ขอบคุณนะ
  6. No, thank you. I'm good. - ไม่เอานะ ขอบคุณ ฉันโอเคแล้ว
  7. I'll have to pass on that. - ฉันต้องขอผ่านเรื่องนี้นะ
  8. I don't think I'm the right person for this. - ฉันคิดว่าฉันไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับสิ่งนี้
  9. Unfortunately, I won't be able to make it. - น่าเสียดาย ฉันไม่สามารถไปได้
  10. I really love to do that. But unfortunately I can't. - ฉันอยากทำมากๆเลยนะ แต่น่าเสียดายอ่ะ ทำไม่ได้


ประโยคตอบตกลง

  1. Sure, I'll do it. - ได้ๆ เดี๋ยวทำให้
  2. Yes, I can help. - ได้ เดี๋ยวฉันช่วย
  3. Of course, no problem. - แน่นอน ไม่มีปัญหา
  4. Absolutely, I'd be happy to. - แน่นอน ฉันยินดีที่จะทำ
  5. Okay, I'll take care of it. - โอเค เดี๋ยวฉันดูแลให้
  6. Sure thing, count me in. - ได้เลย รวมฉันด้วย
  7. Yes, let's do it. - ใช่ เราทำมันเถอะ
  8.  I'm in, what do you need? - ฉันเข้า คุณต้องการอะไร?
  9. No problem, I'll handle it. - ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจัดการ
  10. Certainly, sir/ madam. - ได้เลยค่ะ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง

สารบัญ

เกี่ยวกับผู้เขียน

พี่พลอย

พี่พลอย

อดีตลูกเรือ Qatar Airways · Co-founder Air Khaek

พี่พลอยอยากส่งต่อประสบการณ์จริงให้น้องได้ไปถึงฝัน — จากคนที่เคยเดินทางนี้มาแล้ว อยากพาน้องเดินไปด้วยกัน ก่อตั้ง Air Khaek ตั้งแต่ปี 2017 ช่วยนักเรียนมาแล้วกว่า 800+ คน

ก่อตั้งปี 2017 · นักเรียน 800+ คน

คุยกับพี่พลอย →

เริ่มต้นวันนี้

พร้อมเตรียมตัวสัมภาษณ์แอร์?

รับรายงานความพร้อมส่วนตัวฟรีจากพี่พลอย — วิเคราะห์เฉพาะสำหรับน้องแต่ละคน ส่งทาง LINE

อยากรู้ว่าน้องพร้อมแค่ไหน? →