แอร์โฮสเตส คืออะไร
แอร์โฮสเตส (Air Hostess) คือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินผู้หญิง มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และ การบริการให้กับผู้โดยสาร ตลอดการเดินทางบนเครื่องบิน
ซึ่งจริงๆแล้ว มีหลายคำมากๆ ที่ใช้เรียก แอร์
ถ้าจะให้ครอบคลุม ทั้ง แอร์ (ผู้หญิง) สจ๊วต (ผู้ชาย)
มักจะใช้คำนี้มากกว่า คือ
- Flight Attendant
- Cabin Crew
มากกว่าคำว่า Air Hostess หรือ Stewardess
เพราะเป็นคำที่ใช้เรียกลูกเรือโดยรวม ทั้งผู้หญิง และ ผู้ชาย
ส่วน คำว่า
- Steward = พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินผู้ชาย / สจ๊วต
อ่านว่า สทู-เอิร์ด - Stewardess = พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินผู้หญิง / แอร์โฮสเตส
อ่านว่า สทู-เอิร์ด-เดส
จะเรียกอะไรก็ได้ ค่ะ แล้วแต่ถนัด เลย
หน้าที่หลักของแอร์โฮสเตส
ไม่ได้มีแค่การเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน อย่างที่หลายคนเข้าใจนะคะ แต่
หน้าที่หลัก จริงๆแล้ว คือ
- ดูแลด้านความปลอดภัย (Safety)
- รับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน (Emergency)
- ดูแลผู้โดยสาร
- ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- และ ทำงานบริการบนเครื่องบิน
โดยลูกเรือทุกคน จะต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย การช่วยชีวิต และ การบริการ ตามมาตรฐานของสายการบินก่อนเริ่มงานจริง
แอร์โฮสเตส รายได้เท่าไหร่ ?
เงินเดือนแอร์โฮสเตส หรือ Cabin Crew จะแตกต่างกันไปตามสายการบิน ประเทศ และ จำนวนชั่วโมงบินของแต่ละคน โดยรายได้ของลูกเรือ จะประกอบไปด้วย
- เงินเดือนประจำ (Basic Salary)
- ค่าชั่วโมงบิน (Flying Pay)
- ค่า Layover / เบี้ยเลี้ยงต่างประเทศ
- ค่าอาหาร และ Incentive ต่างๆ
โดยประมาณ รายได้ของแอร์โฮสเตส พี่จะแบ่งแบบนี้ เพื่อความเข้าใจง่ายนะคะ
- สายการบินไทย : ประมาณ 40,000 – 60,000+ บาท/เดือน
- สายการบินเอเชีย : ประมาณ 70,000 – 100,000+ บาท/เดือน
- สายการบินตะวันออกกลาง (สายแขก) : ประมาณ 100,000+ บาท/เดือน
ซึ่งนี่คือ การประเมิณ คร่าวๆ นะคะ และ แต่ละสายก็จะมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกัน หรือแม้ แต่ความยาก ง่ายในการสมัคร บางสายเราคนอายุเยอะ 40 ก็รับ บางสายไม่จำกัดส่วนสูง แบบนี้ก็มี
แอร์โฮสเตส ทำงานอะไรบ้าง ?
หลายคนคิดว่า แอร์โฮสเตส มีหน้าที่แค่เสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน
แต่จริงๆ แล้ว หน้าที่หลักของลูกเรือ คือ การดูแลความปลอดภัย (Safety) ความเรียบร้อยบนเครื่องบิน และ ดูแลผู้โดยสารตลอดเที่ยวบิน
ก่อนเครื่องออกเดินทาง ลูกเรือจะต้อง
- Brief งานกับลูกเรือคนอื่น
- เช็กอุปกรณ์ฉุกเฉิน
- เช็กความเรียบร้อยใน Cabin
- ดูแลผู้โดยสารพิเศษ
- ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเครื่องขึ้น
ระหว่างเที่ยวบิน ลูกเรือจะต้อง
- ดูแล และ ให้บริการผู้โดยสาร
- เสิร์ฟอาหาร และ เครื่องดื่ม
- ดูแลผู้โดยสารป่วย หรือ Medical Emergency
- รับมือกับ Turbulence และ เหตุการณ์ฉุกเฉิน
- ดูแลความปลอดภัยบนเครื่องบิน
- แก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ระหว่างบิน
เรียกว่า สารพัดปัญหา มีอะไร ลูกเรือ ก็ต้องจัดการบน ตั้งแต่ ผู้โดยสารก้าวขา ขึ้นเครื่อง
เราก็ต้องดูแล จนเค้า ลงจากเครื่องเลยค่ะ
ไม่ใช่ การเสริฟ Coffee or tea ? Coffee or tea? อย่างที่หลายคนเข้าใจ
ถ้าหน้าที่แอร์ ให้ทำแค่นั้นก็ดี สิ่คะ อิอิ
แอร์โฮสเตส เปิดรับสมัครเมื่อไหร่ ?
สายการบิน ไม่มีช่วงเปิดรับสมัครที่ตายตัว นะคะ
อยากมา มา แบบนั้นเลย
บางสายการบิน เปิดปีละ 1 ครั้ง
บางสาย เปิดหลายรอบต่อปี
และ บางสาย เปิดรับสมัครตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องบิน เส้นทางบิน และ จำนวนลูกเรือที่ต้องการเพิ่ม
โดยทั่วไป ช่วงที่สายการบินมักเปิดรับสมัครบ่อย คือ
- ช่วงต้นปี (รีบเตรียม Resume / รูปถ่ายสมัครแอร์ รอไว้เลย)
- หลังสายการบินรับเครื่องบินใหม่ ถ้ามีข่าวประมาณนี้ ก็รอรับข่าวดี
- ช่วงขยายเส้นทางบิน
- หลัง High Season ท่องเที่ยว
สายการบินส่วนใหญ่ จะประกาศรับสมัครผ่าน
- เว็บไซต์สายการบินโดยตรง
- LinkedIn (บางสาย)
- Facebook Official (พวกสายไทย มักประกาศจาก เฟสบุ๊ค)
- ประกาศ กับ สถาบันสอนแอร์ อย่าง แอร์แขก
หลายๆ สายการบิน จะ Contant เราโดยตรง เพื่อให้ แจ้งข่าวประกาศ น้องๆ
ที่สนใจ อยากสมัครแอร์ แอร์แขก ก็จะทำหน้าที่ในการแจ้งข่าว ประกาศให้น้องๆ
ทั้งหน้าเว็บไซต์ และ เพจ Facebook แอร์แขก
สามารถติดตาม เพจ AirKhaek แอร์แขก ได้เลยค่ะ
พี่จะคอยอัปเดตข่าวรับสมัคร พร้อมแชร์เทคนิคสมัครแอร์ สัมภาษณ์ และ การเตรียมตัวแบบละเอียด ให้ตลอด
คุณสมบัติ ในการสมัครแอร์โฮสเตส
หลายคนคิดว่า สมัครแอร์ ต้องสวยมาก หุ่นเป๊ะ หรือ พูดอังกฤษเหมือนเจ้าของภาษา
จริงๆ แล้ว สิ่งที่สายการบินมองหา มากกว่านั้น คือ “บุคลิกภาพ” และ “ทัศนคติในการทำงาน”
เพราะอาชีพลูกเรือ เป็นงานที่ต้องทำงานกับคนตลอดเวลา และ ต้องรับมือกับความกดดันสูงค่ะ
โดยคุณสมบัติพื้นฐาน ที่สายการบินส่วนใหญ่มักต้องการ มีดังนี้
- อายุประมาณ 21 ปีขึ้นไป (บางสายรับตั้งแต่ 18 ปี)
- จบการศึกษา ม.6 / ปวช. / ปริญญาตรี แล้วแต่สายการบิน
- สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ อันนี้แทบทุกสาย
- บุคลิกภาพดี ยิ้มแย้ม และ ดู professional
- สุขภาพแข็งแรง พร้อมทำงานเป็นกะ และ เดินทางบ่อย
- ทำงานเป็นทีมได้
- มีใจรักงานบริการ (Service Mind)
ส่วนคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ
- บางสายการบิน ไม่รับผู้ที่มีรอยสักนอกร่มผ้า
- บางสาย ต้องไม่มีการดัดฟันอยู่ระหว่างสมัคร
- บางสายการบิน กำหนดเรื่องสายตา และ สุขภาพค่อนข้างละเอียด
- บางสาย มีการทดสอบว่ายน้ำ และ ลอยตัวในน้ำ
- บางสาย มีเกณฑ์เรื่องส่วนสูง และ การเอื้อมแตะ (Reach Test)
ดังนั้น ก่อนสมัครแอร์ ควรอ่าน ข้อกำหนด หรือ คุณสมบัติ ของสายการบินนั้นๆ ให้ละเอียด เพราะแต่ละสาย ใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกันค่ะ
แอร์โฮสเตส ทำงานกี่ชั่วโมงต่อเดือน ?
หลายคนคิดว่า อาชีพแอร์โฮสเตส ทำงานแค่บนเครื่องบิน บินไปเที่ยว สวยๆ แล้วก็กลับบ้าน
แต่จริงๆ แล้ว ชีวิตการทำงานของลูกเรือ ไม่เหมือนงานออฟฟิศทั่วไปเลยค่ะ 55555
เพราะงานนี้ ไม่มีคำว่า เข้างาน 9 โมง เลิก 6 โมง
และ ไม่มีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ แบบปกติ
เวลาทำงานของแอร์โฮสเตส จะขึ้นอยู่กับ “ตารางบิน” หรือ ที่ลูกเรือเรียกว่า Roster
โดยทั่วไป ลูกเรือจะมี “ชั่วโมงบิน” อยู่ประมาณ 50 – 100 ชั่วโมงต่อเดือน
แอร์โฮสเตส มีวันหยุดไหม ?
มีค่ะ จะหยุดเดือนละ 8-12 วันต่อเดือน
อารมณ์ ทำงานครึ่งเดือน หยุดครึ่งเดือน
ถ้าเป็นสายเอเชีย มักจะทำงานกันเป็น Pattern
เช่น สายการบิน Jetstars ที่ เบส ภูเก็ต
ออกจากไทย 10 วัน หยุด 7 ออกไปทำงานอีก 10
อะไรแบบนี้ วนๆไป ใน 1 เดือน
ความก้าวหน้า อาชีพ แอร์โฮสเตส
หลายคน อาจจะรู้สึกว่า เป็นแอร์ ทำงานได้แปปเดียว ไม่มีความก้าวหน้าในอาชีพ
แต่จริงๆ แล้ว งานแอร์ มีความก้าวหน้า ในอาชีพ อย่างมาก เพราะพอเข้าไปในองกรณ์แล้ว
เราจะเริ่มเห็น ตำแหน่งต่างๆ
เมื่อเริ่มต้น ทำงานกับ สายการบินใหม่ๆ จะเริ่มจาก
- ลูกเรือชั้นประหยัด Economy Class
- ลูกเรือชั้นธุรกิจ Business Class
- ลูกเรือชั้นเฟริสคลาส First Class
- หัวหน้าลูกเรือ Cabin Senior / Cabin Senior Director
การเลื่อนขั้น ของแต่ละสายการบิน จะแตกต่างกัน
สายแขก จะเลื่อนขั้น ค่อนข้างไว ทำแปปๆ ได้ขึ้น Business Class เลยค่ะ
ยิ่ง เลื่อนขั้น ชั่วโมง การทำงานก็ จะ ขึ้นตามไปด้วย
เช่น ถ้าบิน Economy ได้ชั่วโมงละ 600 บาท
บิน Business อาจได้ชั่วโมงละ 750 บาท อะไรแบบนี้
ความท้าทายใน อาชีพ แอร์โฮสเตส
ท้าทายหลากเรื่อง แต่เรื่องที่พี่คิดว่าท้าทายที่สุด คือ เรื่องของคน เพราะ เราทำงานกับคน แถมต้องทำงานกันเป็นทีมอีก ไม่ว่าจะกับลูกเรือเอง กับ ผู้โดยสาร กับ หัวหน้า เราต้อง รู้จัก การควบคุม ตัวเองที่ดี นอกจากเรื่องนี้ ความยากในอาชีพนี้คือ
- การพักผ่อน : ตารางบินทำงานไม่เป็นเวลา
- ความเหงา : คิดถึงบ้าน
- ความกดดัน : เมื่อต้อง รักษามาตรฐานในการทำงาน ให้สูง อยู่ตลอด
พี่แนะนำว่า ให้น้องๆ ศึกษา ข้อดีข้อเสีย ของการเป็นแอร์ไว้ เพื่อเป็นคิดว่า งานนี้เหมาะกับน้องไหม
แต่ถ้า น้องขับเคลื่อนด้วยเงิน พี่แนะนำอาชีพนี้จริงๆ ค่ะ รายได้ดีจริง
อยากเป็นแอร์โฮสเตส ต้องเรียนอะไร ?
น้องๆหลายคน จะมาถามคำถามพี่ว่า
- ถ้าอยากเป็นแอร์ ต้องเรียนคณะอะไร ?
- ถ้าอยากเป็นแอร์ ต้องเรียนสายไหน ?
- ถ้าเรียนเอกการบิน จะได้เป็นแอร์กี่เปอร์เซ็น ?
- ถ้าเรียน ธุรกิจการบิน จะได้เป็นแอร์ไหม ?
พี่ขอตอบตรงนี้เลยว่า จะเรียนคณะอะไรมา จะเรียนสายอาชีพ สายไหนมา ก็เป็นแอร์โฮสเตส และ สจ๊วตได้ค่ะไม่จำเป็น จะต้องไปเรียน เอกการบิน หรือ ธุรกิจการบิน เพื่อ ที่จะได้เป็น แอร์โฮสเตส
หรือ สจ๊วต โดยเฉพาะ นะคะ น้อง จบ คณะอะไร มา สายการบิน ก็รับ หมดค่ะ
ขออย่างเดียวเลย ขอให้ พูดภาษาอังกฤษ เก่งๆ ฟัง อ่าน เขียน รองลงมาตามลำดับ
ดู eBook เพิ่มเติม เพื่อสั่งซื้อ
📖 อ่านเพิ่มเติม: ดูเคล็ดลับสัมภาษณ์งานและเรซูเม่ทั้งหมดได้ที่ สัมภาษณ์งาน & เรซูเม่







